รวมข่าววันที่ 18, 21, 22 มิถุนายน 2554

18 มิถุนายน : อกอีแป้นแตกปิดหีบอ้อยปีนี้ 96 ล้านตัน!
ที่มา : ไทยรัฐ

เลขาธิการ สอน.เผย ขณะนี้ รง.น้ำตาล 47 แห่งได้ปิดหีบอ้อยแล้ว ได้ผลผลิตน้ำตาล
9.6 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าเกือบ 200,000 ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมา ที่อยู่ในระดับ
130,000 ล้านบาท

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.)
เผยว่า ขณะนี้โรงงานน้ำตาลทั้งหมด 47 แห่ง ได้ปิดหีบอ้อยเรียบร้อยแล้ว จากปกติที่
ต้องปิดหีบอ้อยในเดือน เม.ย. อันเป็นผลจากปริมาณอ้อยเข้าโรงงานมีปริมาณมากถึง
95.4 ล้านตัน จากประมาณการเดิม 66 ล้านตัน ทำให้ได้ผลผลิตน้ำตาล 9.6 ล้านตัน
คิดเป็นมูลค่าเกือบ 200,000 ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมา ที่อยู่ในระดับ 130,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) ต้องไปเจรจาเพื่อ
ขอกู้เงินมาเพิ่มค่าอ้อยให้กับชาวไร่อีก 105 บาทต่อตัน ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
จากเดิมที่คาด ว่าจะขอกู้เพียง 7,000 ล้านบาท บนสมมติฐานปริมาณอ้อยปีนี้อยู่ที่ 66 ล้านตัน
แต่ในปีนี้มีปริมาณอ้อยสูงถึง 95.4 ล้านตัน ทำให้คาดว่าต้องขอกู้เพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาท
โดย สอน.และ กท.จะ เร่งหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ในเร็วๆนี้ คาดว่าคงไม่มีปัญหา

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำตาลในตลาดโลก ขณะนี้ยังอยู่ในระดับที่ดีมีการปรับตัวขึ้น
ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ตามแรงซื้อของกลุ่มกองทุนเก็งกำไรข้ามชาติ เพราะปีนี้ผลผลิต
น้ำตาลจากบราซิลและออสเตรเลียจะลดลง เพราะภัยพิบัติต่างๆของทั้ง 2 ประเทศ
ทำให้ไทยจะเป็น ผู้ส่งออกน้ำตาลทดแทน 2 ประเทศดังกล่าว และยังมีลูกค้ารายใหม่ออกมา
หาซื้อน้ำตาลจากไทย อาทิ รัสเซีย อินโดนีเซีย บังกลาเทศ เป็นต้น.

21 มิถุนายน : สอน.คาดปี 54-55 เป็นปีทองอุตฯ อ้อย-น้ำตาลทราย
ที่มา : ASTV ผู้จัดการ
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.)
กล่าวถึงการสำรวจราคาน้ำตาลในตลาดโลก พบว่าในเดือนกรกฎาคมนี้ระดับราคา
จะดีดตัวขึ้นอยู่ที่ระดับ 26 เซนต์ต่อปอนด์น้ำตาลทรายดิบ และในอีก 3 ปีข้างหน้าจะ
อยู่ในเกณฑ์สูงเช่นกัน ที่ระดับ 21-22 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งเป็นระดับราคาที่ดีที่สุดเป็น
ประวัติการณ์ ดังนั้นฤดูกาลผลิตปี 54/55 จะยังคงเป็นปีทองของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย
ซึ่งผู้เกี่ยวข้องต้องรีบขายล่วงหน้าเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด สำหรับชาวไร่อ้อยและโรงงาน
        อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในฤดูกาลผลิตปี 54/55 จะให้ผลผลิตอ้อยรวมกันมา
ถึง 95.35 ล้านตัน ผลิตน้ำตาลได้ 9.64 ล้านตัน มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ไทยขาย
น้ำตาลล่วงหน้าไปแล้วถึงร้อยละ 50 ในราคา 24-25 เซนต์ต่อปอนด์ จึงเชื่อมั่นว่า ราคาอ้อย
ขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 54/55 จะสูงกว่าปีนี้แน่นอน โดยราคาอ้อยขั้นสุดท้ายฤดูกาลผลิตปี 53/54
อยู่ที่ประมาณ 1,031 บาทต่อตันอ้อย รวมกับเงินช่วยเหลือและส่วนเพิมค่าความหวาน ทำให้
ชาวไร่อ้อยปีนี้จะได้เงินจากการขายอ้อยถึง 1,200 บาทต่อตันอ้อย และคาดว่าราคาอ้อยขั้นต้น
ฤดูกาลผลิตปี 54/55 น่าจะสูงกว่าราคาอ้อยขั้นสุดท้ายฤดูกาลผลิตปี 53/54
        ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งการขนส่งน้ำตาล ทั้งทางเรือ เส้นทางและการจราจรของเรือบรรทุกน้ำตาลด้วย
ซึ่งกรมเจ้าท่าควรจะเป็นเจ้าภาพไปหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ตอนนี้เพื่อให้มีความพร้อมล่วงหน้า
1 ปี จะเป็นการดีที่สุด
        ส่วนราคาน้ำตาลบริโภคในประเทศ สอน.มั่นใจว่า จะไม่ปรับขึ้น เพราะคาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้า
น้ำตาลจะล้นตลาดโลก และราคาขณะนี้เป็นช่วงขาลงแล้ว นอกจากนี้น้ำตาลยังเป็นสินค้าการเมือง
รัฐบาลก็ให้ความสำคัญในการดูแล ดังนั้นการปรับราคาจึงเป็นเรื่องยาก

22 มิถุนายน : มิตรผลชี้ราคาน้ำตาลขาขึ้นหลังผลผลิตบราซิลชะลอเข้าตลาด
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
นายผรินทร์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการด้านตลาดต่างประเทศ บริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด
ผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของไทย กล่าวว่า แนวโน้มราคาน้ำตาลตลาดโลกในช่วง
6 สัปดาห์ที่ผ่านมาสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์กส่งมอบเดือน
ก.ค.2554 อยู่ที่ปอนด์ละ 27.4 เซ็นต์ โดยมีปัจจัยบวกระยะสั้นจาก ความตึงตัวน้ำตาล
ของบราซิลที่ออกสู่ตลาดล่าช้า ซึ่งบราซิลมีปัญหาหีบอ้อยล่าช้าและรัฐบาลมีความต้องการ
ให้นำอ้อยไปผลิตเอทานอลเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยกับสต็อกเอทานอลในประเทศที่ลดลง
และจะส่งผลต่อเนื่องให้บราซิลผลิตน้ำตาลลดลง รวมทั้งปัญหาการผลิตน้ำตาลล่าช้าในบราซิล
ส่งผลให้มีน้ำตาลส่งออกสู่ตลาดโลกล่าช้าด้วย

ราคาน้ำตาลที่ปรับขึ้นที่ผ่านมา ยังได้รับปัจจัยสนับสนุน จากความต้องการน้ำตาลของจีนและ
ตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ โดยตลาดตะวันออกกลางและอัฟริกาเหนือ ต้องเร่งนำเข้า
น้ำตาลภายในเดือน ก.ค.2554 เพื่อรองรับเทศกาลรอมฎอนของชาวมุสลิม ซึ่งราคาน้ำตาลใน
ระยะสั้นน่าจะยังอยู่ในทรงตัวอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เมื่อถึงเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้ ราคาน้ำตาลคงจะอ่อนตัวลง
เพราะผลผลิตน้ำตาลของบราซิล จะเริ่มออกสู่ตลาดในเดือน ต.ค.นี้ จะทำให้บราซิลเริ่มส่งออกน้ำตาลได้
แต่เชื่อว่าน้ำตาลจะไม่อ่อนตัวลงมากนักเนื่องจากความต้องการในตลาดโลกยังดี

ทั้งนี้ ราคาส่งมอบในเดือน ต.ค.นี้น่าจะอยู่ที่ 26 เซ็นต์ และถ้าเศรษฐกิจโลกไม่มีปัญหา หรือปัญหา
การเงินในสหภาพยุโรป (อียู) ไม่รุนแรงมากขึ้นเชื่อว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกยังดี ซึ่งคาดว่า
ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ราคาน้ำตาลในตลาดโลก จะเคลื่อนไหวระหว่างปอนด์ละ 22-27 เซ็นต์
โดยราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็ว และต้องติดตามสถานการณ์ทุก 1-2 เดือน
เพื่อมาประเมินราคา

ส่วนราคาน้ำตาลในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขึ้นกับปริมาณน้ำตาลที่โลกจะผลิตได้ในปี 2555
ซึ่งบางหน่วยงานประเมินว่า ปีหน้าผลผลิตน้ำตาลจะเกินความต้องการ 4-5 ล้านตัน แต่บางหน่วยงาน
ประเมินว่า อาจเกินความต้องการถึง 10 ล้านตัน ขณะนี้ทุกประเทศยังคาดการณ์ว่า สภาพอากาศ
ยังเหมาะสมกับการปลูกอ้อย แต่ถ้าประเทศใดอากาศแล้งขึ้นมา ก็จะกดดันให้ราคาสูงขึ้น
ซึ่งต้องรอดูว่าผลผลิตของผู้ผลิตน้ำตาลหลักของโลกในปีหน้า จะเป็นอย่างไรทั้ง บราซิล ไทย ออสเตรเลีย

สำหรับผลผลิตอ้อยไทยในฤดูกาลผลิต 2554/2555 มีความเป็นไปได้สูงที่จะสูงถึง 100 ล้านตัน
สูงกว่าฤดูกาลผลิต 2553/2554 ที่มีอ้อยเข้าหีบ 95 ล้านตัน โดยมีปัจจัยสนับสนุจากพื้นที่ปลูกอ้อย
ที่ไม่น่าจะลดลง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะราคาน้ำตาลปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดีและทำให้
ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิต 2554/2555 คาดว่าจะอยู่ที่ตันละ 1,100 บาท สูงกว่าราคาอ้อยขั้นต้น
ฤดูกาลผลิต 2553/2554 ที่ราคาตันละ 945 บาท รวมทั้งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณฝนที่อยู่ใน
เกณฑ์ดีตั้งแต่ต้นฤดูกาล

สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อผลผลิตอ้อยของไทย มีเพียงสถานการณ์น้ำฝน หากฝนตกต่อเนื่องเหมือนปัจจุบัน
เชื่อว่าปริมาณอ้อยจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่ถ้าเกิดปัญหาฝนแล้ง ก็เชื่อว่าชาวไร่อ้อยจะดูแลอ้อยเป็น
อย่างดี เพราะได้รับแรงจูงใจจากราคาอ้อยขั้นต้นที่สูง เช่น จัดระบบนำเข้าไร่อ้อย

ขณะนี้บริษัทอ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด (อนท.) ได้จำหน่ายน้ำตาลโควตา ข.ฤดูกาลผลิต 2554/2555
ที่ใช้อ้างอิงในการคำนวณราคาอ้อยในระบบแบ่งปันผลประโยชน์ไปแล้ว 80 % จากปริมาณโควตา ข.
ทั้งหมด 800,000 ตัน โดย อนท.ขายน้ำตาลล่วงหน้าที่ราคาเฉลี่ยปอนด์ละ 24.38 เซ็นต์ ซึ่งเป็นราคา
ที่ใกล้เคียงกับราคาน้ำตาลส่งมอบเดือน ก.ค.นี้ ชาวไร่พอใจกับราคาน้ำตาลในฤดูกาลใหม่มาก เพราะส่งผลให้ราคาอ้อยขั้นต้นมีโอกาสที่ตันละ 1,100 บาท และถ้าราคาน้ำตาลในตลาดโลกช่วงครึ่งหลัง
ชะลอตัวลง ก็จะไม่ส่งผลต่อราคาอ้อย